รักษ์สิ่งแวดล้อม


เป็นกรอบในการดำเนินโครงการด้านสิ่งแวดล้อมของเสริมสุขที่ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องจนเกิดผลเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ประกอบด้วย 5 มิติ คือ น้ำ บรรจุภัณฑ์ พลังงาน สภาพแวดล้อมในโรงงานและคน

วัฒนธรรม การมีใจรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่พนักงานเสริมสุขทุกคนยืดถือปฏิบัติโดยตลอด เราใส่ใจทำงานด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิด ผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนกับแนวคิด 3R : Reduce, Reuse และ Recycle โดยริเริ่มบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในทุกๆ โรงงาน ของเสริมสุขนับตั้งแต่เริ่มดำเนินการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรงงานปทุมธานี ซึ่งเป็นโรงงานใหญ่ที่สุด ทั้งยังตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริษัทจึงให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ทำให้ได้รับรางวัล อนุรักษ์แม่น้ำเจ้าพระยาดีเด่น ในโครงการ รักแม่ รักษ์แม่น้ำ จากกระทรวง อุตสาหกรรม อันเป็นโครงการตามประราชเสาวนีย์เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในการอนุรักษ์ และฟื้นฟูลำน้ำเจ้าพระยา

น้ำ

ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ขาดไม่ได้ในกระบวนการผลิตของเสริมสุขกับงบประมาณ กว่า 100 ล้านบาทในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในทั้ง 5 โรงงาน เพื่อให้ เกิดการใช้น้ำอย่างคุ้มค่าที่สุดเพื่อลดการใช้น้ำจากธรรมชาติ โดยสามารถลด การใช้น้ำตลอดกระบวนการผลิตได้ถึง 180 ล้านลิตรต่อปี หรือสามารถลด ปริมาณการใช้น้ำในโรงงานได้ถึง 10% โดยได้ตั้งเป้าที่จะลดปริมาณการใช้น้ำ ให้ได้ 20% ภายในปี 2554 พร้อมกันนี้ ด้วยระบบบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพ ด้วยระบบบำบัดแบบชีวภาพไม่ใช่ออกซิเจนและแบบใช้ออกซิเจน ทำให้คุณภาพ น้ำที่ปล่อยคืนสู่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีความสะอาดกว่ามาตรฐานที่กรมโรงงาน อุตสาหกรรมกำหนดไว้ถึง 5 เท่า และสะอาดกว่ามาตรฐานน้ำทิ้งจากครัวเรือนมากกว่า 50 เท่า

พลังงาน

เสริมสุขมุ่งมั่นในการใช้พลังงานอย่างเต็มคุณค่า โดยมีการนำก๊าซมีเทนซึ่งเป็นผล พลอยได้จากระบบบำบัดน้ำเสียมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในกระบวนการผลิต ทดแทน น้ำมันเตา ซึ่งสามารถลดปริมาณการใช้น้ำมันเตาได้ถึง 100,000 ลิตรต่อปี พร้อม ทั้งริเริ่มการขนส่งสินค้าทางน้ำจากโรงงานผลิตไปยังคลังสินค้าริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยใช้เรือลากจูงมาลากจูงเรือบรรทุกสินค้า ซึ่งการลากจูงสินค้าทางเรือ 1 เที่ยว เทียบเท่ากับการใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ขนส่งสินค้าได้ถึง 20 เที่ยวทำให้ลดปริมาณ การใช้น้ำมันได้ถึง 240,000 ลิตรต่อปี และยังช่วยลดปัญหาการจราจรบนท้องถนน และยังมีการสนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือก เช่น การใช้ก๊าซ NGV, LPG หรือ น้ำมันดีเซล B5 มาใช้ในหน่วยรถของเสริมสุขทุกประเภท

สภาพแวดล้อมในโรงงาน

โรงงานเสริมสุข ปทุมธานียังให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศในการทำงาน ที่เป็นมิตรกับพนักงานด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ได้พักผ่อน และทำกิจกรรม สันทนาการภายในโรงงาน อาทิ การปลูกต้นไม้ สระบัว สนามฟุตบอล คลองและ สวนในโรงงาน ด้วยความเชื่อมั่นว่าสิ่งแวดล้อมที่ดีส่งผลต่อจิตใจและประสิทธิภาพ การทำงาน

คน

เป็นทรัพยากรที่เสริมสุขให้ความสำคัญมากที่สุดการที่จะนำพาบริษัทไปสู่การ เป็นต้นแบบในการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนนั้น ต้องอาศัยคน ต้องมีพนักงาน ที่มีใจรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นพลังขับเคลื่อน เราจึงมุ่งปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม ให้กับพนักงาน รวมทั้งจัดตั้งทีมบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมประจำโรงงาน เพื่อจัด การสิ่งแวดล้อมและระบบบำบัดน้ำเสียกว่า 30 คน ซึ่งผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย

เสริมสุขกับสังคมสีเขียว

เสริมสุขยังเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกทั้งที่เป็นนักวิชาการ นิสิตนักศึกษาเข้ามาศึกษาดูงานระบบบำบัดน้ำเสียด้วยมากกว่าปีละ 1,000 คน พร้อมทั้งยังเป็นต้นแบบในระบบบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศ และผลักดันให้หน่วยงานต่างๆ เกิดการเรียนรู้และมีจิตสำนึก โดยการเป็นที่ปรึกษาและช่วยดำเนินการจัดตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย และอนุเคราะห์เชื้อจุลินทรีย์จากระบบบำบัดน้ำเสียให้กับโรงงาน ต่างๆ กว่า 40 แห่ง

ในปีนี้ เสริมสุขยังได้ขยายผลความสำเร็จจากภายในสู่ภายนอก ด้วยการเปิดประสบการณ์ Sermsuk Green Dimensions บ่มดีเอ็นเอเยาวชนพันธุ์ใหม่ผ่านโครงการ “คนรุ่นใหม่หัวใจสีเขียว” โดยมูลนิธิทรง บุลสุข และความร่วมมือกับกระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ในการเปิดโอกาสให้เยาวชนวัย สร้างสรรค์ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 และระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นต้น (ปวช.) ได้รวมตัวกันเป็นทีม 4 คนนำเสนอไอเดียในเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ แม่น้ำ พลังงาน ป่า อากาศ และขยะ ในรูปแบบไฟล์พรีเซนเตชั่น หรือวิดิโอคลิปความยาวไม่เกิน 10 นาที เพื่อชิงทุนการศึกษาประจำปี 2551 โดยมูลนิธิทรง บุลสุข ปีที่ 16 รวมมูลค่า 1 ล้านบาท อีกด้วย

ด้วยวัฒนธรรมในการดำรงรักษาสิ่งแวดล้อมที่เสริมสุขยึดถือและปฏิบัติมาตลอดเวลา 55 ปี รวมทั้งโครงการจัดการสิ่งแวดล้อม Sermsuk Green Dimensions5 มิติที่ขยายผลจนเกิดเป็นพฤติกรรม “ลงมือทำจริง” ของชาวเสริมสุขจากภายในองค์กรสู่ภาย นอก ผมเชื่อมั่นว่าจะส่งผลให้เสริมสุขเป็นธุรกิจที่สามารถยืนหยัดเคียงคู่สิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืนในสังคมไทยตลอดไป